2006/Jan/08

กลับมาอัพ หลังจากหายไปโคดนาน .. -"- เรื่องของเรื่องคือ วันที่ 5 มกราที่ผ่านมา

เกิดอาการแย่ขนาดหนัก เป็นไข้ ปวดหัวๆ ตึ๊บๆ ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ ก้อเลยหยุด !!

นอนไปนอนมา สัก 9 โมง บอกแม่ให้พาไปหาหมอ

พอไปถึงเค้าก้อถามๆอาการ ... แล้วเราอยากหายไวๆ ก้อเลยถามหมอว่า

"ฉีดยาได้ไหมคะ " โหย ... ถามไปแค่นี้หมอทำหน้าตกใจอะ 55 5+

เค้าคงงงนะ โตเปนค__ย และยังจะฉีดยาอีก >.< !!

หมอเค้าเลยบอกว่า รอแป๊บนึง คงไปค้นยาอยู่อะมั้ง ว่ายาไหนจะเอาไหว

555+

แล้วก้อไปฉีดๆๆๆ ไม่เจ็บเลย ไม่อยากจะบอกเลยว่า

ฉีดที่ก้น T___________________T 5555555555+

แล้วก้อกลับบ้านมา กินยาๆ . .. โฮยๆๆ ไม่หายสักที





วันศุกร์ ไปโรงเรียนมาเรียนๆเล่นๆ แต่สุขภาพมันยังไม่ 100%

รู้สึกไม่ค่อยดีเลยแหละ T_T

วันเสาร์ก้อหยุดอยู่บ้าน นอนทั้งวัน เพราะกินยาแก้แพ้ มานแรงโคดๆๆ กินแล้วหลับ กินแล้วหลับ

สรุป หลับทั้งวัน 5 5 +

วันนี้วันอาทิดย์ ดีขึ้นเยอะแล้ว แต่ยังไอๆ อยู่ [ i love you ] ฮ่าๆๆ ล้อเล่น ... ไอจิงๆ

ไอแล้วมันหยุดไม่ได้ซะด้วย -"- เด๋ววันนี้จะต้องรีบทำงาน ที่ค้างไว้ และ

โย่ว่ๆ

* นางเป้ยยยยยยยยยย ดีใจมากที่แกออน MSN


2006/Jan/03

1. First Important Lesson - Cleaning Lady.
1. บทเรียนสำคัญบทแรก - คนทำความสะอาด

During my second month of college, our professor gave us a pop quiz. I was
เมื่อครั้งที่ฉันเข้าเรียนในวิทยาลัยได้สองเดือนอาจารย์ให้พวกเราทำแบบทดสอบอันหนึ่ง
a conscientious student and
ฉันเป็นนักเรียนที่ตั้งใจเรียน
had breezed through the questions, until I read the last one:
จึงตอบคำถามได้อย่างสบาย จนมาถึงคำถามสุดท้าย
"What is the first name of the woman who cleans the school?"
"
สุภาพสตรีที่เป็นคนทำความสะอาดโรงเรียนชื่อว่าอะไร?"

Surely this was some k ind of joke. I had seen the cleaning woman several
ต้องเป็นเรื่องตลกอะไรสักอย่างแน่ ฉันเคยเจอคนทำความสะอาดหลายครั้ง
times. She was tall, dark-haired and in her 50s, but how would I know her
เธอเป็นคนตัวสูง ผมดำและอายุกว่า 50 แต่ฉันจะรู้ชื่อเธอได้อย่างไร?
name? I handed in my paper, leaving the last question blank. Just before
ฉันส่งกระดาษคำตอบ โดยไม่ได้ตอบข้อสุดท้าย
class ended, one student asked if the last question would count toward our quiz grade.
ก่อนหมดคาบเรียน นักศึกษาคนหนึ่งถามว่าคำถามข้อสุดท้ายจะถูกคิดรวมในคะแนนของผลการเรียนด้วยหรือไม่

"Absolutely," said the professor. "In your careers, you will meet many people.
"
แน่นอน" อาจารย์ตอบ "เมื่อเธอเข้าทำงาน เธอจะต้องพบกับคนมากมาย
All are significant.
ซึ่งทุกคนมีความสำคัญพอ
They deserve your attention and care, even if all you do is smile and say " hello".
ที่สมควรจะได้รับความสนใจและเอาใจใส่แม้ว่าพวกเธอจะทำได้แค่เพียงยิ้มให้และกล่าวสวัสดีก็ตาม"
I've never forgotten that lesson. I also learned her name was Dorothy.
ฉันไม่เคยลืมบทเรียนนั้นเลยและได้รู้ว่าชื่อของสตรีคนนั้นคือโดโรธี


2. Second Important Lesson - Pick-up in the Rain
2.


3. Third Important Lesson - Always remember those who serve.
3.


4.Fourth Important Lesson - The Obstacles in Our Path.
4.


5. Fifth Important Lesson - Giving When it Counts.
5.
บทเรียนสำคัญที่ห้า - ให้เมื่อมีค่า

Many years ago, when I worked as a volunteer at a hospital, I
หลายปีมาแล้วเมื่อฉันไปทำงานเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
got to know a little girl named Liz who was suffering from a rare & serious
ฉันได้รู้จักกับเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อลิซ ซึ่งป่วยเป็นโรคร้ายที่มีน้อยคนที่จะเป็น
disease. Her only chance of recovery appeared to be a blood transfusion
โอกาสที่เธอจะหายจากโรคนี้ได้คือต้องทำการถ่ายเลือดจากน้องชายอายุห้าขวบของเธอ
from her 5-year-old brother, who had miraculously survived the same
ผู้ซึ่งรอดจากโรคร้ายนี้ได้อย่างปาฏิหารย์ จึงทำให้เขาร่างกายเขาสร้างภูมิคุ้มกันโรคร้ายนี้ขึ้นมา
disease and had developed the
antibodies needed to combat the illness. The doctor explained the situation
หมออธิบายสถานการณ์ให้น้องชายของเธอฟังและถามเด็กชายว่า เขาต้องการจะ
to her little brother, and asked the little boy if he would be willing to give his blood to his sister.
ให้เลือดของเขาแก่พี่สาวหรือไม่
I saw him hesitate for only a moment before taking a deep breath and
ฉันเห็นเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วพูดว่า
saying, "Yes I'll do it if it will save her." As the transfusion
"
ได้ครับ หากมันช่วยพี่สาวผมได้"
progressed, he lay in bed next to his sister and smiled, as we all did,
เมื่อทำการถ่ายเลือดเขานอนยิ้มอยู่ที่เตียงข้างๆพี่สาว ในขณะที่เราเริ่มจะเห็นสีสันคืนสู้แก้ม
seeing the colour returning to he r cheeks. Then his face grew pale and his smile faded.
ของเธอหน้าของเด็กชายก็เริ่มซีดและรอยยิ้มก็จางหายไป

He looked up at the doctor an asked with a trembling voice,
เด็กชายมองไปที่หมอและถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"Will I start to die right away?".
"
ผมกำลังจะตายใช่ไหม?"
Being young, the little boy had misunderstood the doctor; he
ด้วยความเป็นเด็ก เขาเข้าใจหมอผิดไป
thought he was going to have to give his sister all of his blood in order to save her.
เด็กชายคิดว่าเขาต้องให้เลือดทั้งหมดของเขาให้แก่พี่สาวเพื่อช่วยชีวิตเธอ


Remember, "Work like you don't need the money, love like you've never been hurt, and dance like you do when nobody's watching."
จดจำไว้ว่า "ทำงานให้เหมือนกับคุณไม่ต้องการเงิน รักให้เหมือนกับคุณไม่มีวันจะเจ็บปวดกับมันและเต้นรำให้เหมือนกับไม่มีใครมองคุณอยู่"

เราอาจจะไม่ได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศใดๆในการช่วยเหลือผู้อื่น

หรืออาจจะไม่มีใครรู้ ใครเห็นด้วยซ้ำ!!!

แต่ความสุขจากการให้นั้นคือรางวัลที่ดีที่สุดแล้ว

ดีกว่าถ้วยรางวัลเกียรติยศเสียอีก

เพราะมันจะอยู่ในความทรงจำเราเราตลอดไป...

และความสุขไม่สามารถแตกสลายได้เหมือนถ้วยรางวัล




บทเรียนสำคัญที่สี่ -สิ่งที่กีดขวางทางของเรา

In ancient times, a King had a boulder placed on a roadway. Then he hid
ในยุคโบราณ มีหินผาตกลงมาขวางถนนเส้นหนึ่งเมื่อพระราชามาพบเข้าจึงซ่อนพระองค์อยู่
himself and watched to see if anyone would remove the huge rock.
เพื่อคอยดูว่าจะมีใครมาเอาหินใหญ่ก้อนนั้นออกไปจากทาง
Some of the king's wealthiest merchants
เมื่อเสนาบดีในราชสำนักของพระองค์และพ่อค้าผู้ร่ำรวยผ่านมา
and courtiers came by and simply walked around it.
ก็เพียงแต่อ้อมหินผาก้อนใหญ่นั้นไป

Many loudly blamed the King for not keeping the roads clear, but none did
พวกเขากล่าวตำหนิพระราชาต่างๆนานาที่พระองค์ไม่ใส่พระทัยที่จะดูแลทางนั้นให้ดี
anything about gett g the stone out of the way.
แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรที่จะเอาหินนั้นออกไปให้พ้นทาง

Then a peasant came along carrying a load of vegetables. Upon approaching
จนกระทั่งชาวบ้านคนหนึ่งแบกผักกองใหญ่ผ่านมาเมื่อเขาเดินมาถึงหินผานั้น เขาก็วางสัมภาระลง
the boulder, the peasant laid down his burden a nd tried to move the stone
แล้วพยายามที่จะขยับก้อนหินนั้นให้พ้นทาง
to the side of the road.

After much pushing and straining, he finally succeeded.
หลังจากทั้งผลักทั้งดึงหินก้อนนั้น ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ

After the peasant picked up his load of vegetables, he noticed
เมื่อเขาหยิบสัมภาระของเขาขึ้นมาเขาก็เห็นถุงเงินวางอยู่ตรงจุดที่ก้อนหินผาเคยอยู่
purse lying in the road where the boulder had been. The purse contained
many gold coins and a note from the King indicating that the gold was

ในถุงนั้นมีเหรียญทองและจดหมายจากพระราชาเขียนไว้ว่า ทองในถุงนั้น
for the person who removed the boulder from the roadway. The
เป็นของผู้ที่เอาหินผาออกไปจากถนน
peasant learned what many of us never understand!
ชาวบ้านคนนั้นได้รู้สิ่งที่เราไม่เคยได้รู้

"Every obstacle presents an opportunity to improve o condition."
"
ทุกๆอุปสรรคที่กีดขวางทางนั้น จะมอบโอกาสที่ราจะดีขึ้น ให้กับเรา"
บทเรียนสำคัญที่สาม - ระลึกถึงคนที่ให้บริการเสมอ

In the days when an ice cream sundae cost much less, a 10
ในสมัยที่ไอศครีมซันเดยังมีราคาถูกอยู่มาก
year-old boy entered a hotel coffee shop and sat at a table. A waitress put
เด็กชายอายุสิบขวบคนหนึ่งเข้าไปในคอฟฟี่ชอปของโรงแรมแห่งหนึ่งแล้วนั่งที่โต๊ะ
a glass of water in front of him. "How much is an ice cream sundae?" he
เมื่อพนักงานเสริฟวางแก้วน้ำลงตรงหน้า เด็กชายก็ถามว่า "ไอศครีมซันเดราคาเท่าใหร่ครับ?"
asked. "Fifty cents," replied the waitress. The little boy pulled his hand
"ห้าสิบเซ็นต์" พนักงานเสริฟสาวตอบ แล้วเด็กชายก็ดึงมือออกจากกระเป๋า
out of his pocket and studied the coins in it.
แล้วก็นับเ หรียญในมือ

"Well, how much is a plain dish of ice cream?" he inquired. By
"
งั้น ไอศครีมเปล่าๆล่ะครับราคาเท่าใหร่?" เด็กชายถามอีก
now more people were waiting for a table and the waitress was growing impatient.
ตอนนี้เริ่มมีคนรอโต๊ะมากขึ้นและพนักงานเสริฟสาวก็เริ่มจะหมดความอดทน

"Thirty-five cents," she brusquely replied. The little boy again counted his coins.
"
สามสิบห้าเซ็นต์" เธอตอบห้วนๆ เด็กชายนับเหรียญในมืออีกครั้ง

"I'll have the plain ice cream," he said. The waitress brought
"
ผมขอไอศครีมเปล่าครับ"เด็กชายบอก แล้วพนักงานเสริฟสาวก็เอา
the ice cream, put the bill on the table and walked away. The boy finished
ไอศครีมมาให้ เอาใบเสร็จมาให้แล้วก็เดินหนีไป
the ice cream, paid the cashier and left. When the waitress came back, she
เด็กชายทานไอศครีมหมดแล้ว ก็จ่ายเงินแล้วก็จากไป เมื่อพนักงานเสริฟเดินกลับมา
began to cry as she wiped down the table.
เธอก็เริ่มร้องให้เมื่อเธอเช็ดโต๊ะ

There, placed neatly beside the empty dish, were two nickels and five
บนโต๊ะนั้นมีเหรียญนิกเกิลราคาห้าเซ็นต์สองเหรียญและเหรียญเพนนีอีกห้าเหรียญวางอยู่อย่างบรรจงข้างจานเปล่านั้น
pennies. You see, he couldn't have the sundae, because he had to have enough left to leave her a tip.
เห็นไหมว่า เด็กชายไม่ทานไอศครีมซันเดเพราะเขาต้องเหลือเงินไว้ทิปพนักงานเสริฟสาวคนนั้น
บทเรียนสำคัญที่สอง - รับคนกลางฝน

One night, at 11:30 p.m., an older African American woman was standing on
คืนหนึ่ง เวลา 23:30 น.สตรีสูงอายุเชื้อสายแอฟริกันคนหนึ่ง ยืนอยู่ริมทางหลวง
the side of an Alabama highway trying to endure a lashing rainstorm. Her
สาย อลาบามาพยายามต้านฝนที่ตกหนักอยู่
car had broken down and she desperately needed a ride.
รถของเธอเสียและเธอต้องการเดินทางต่อไปอย่างมาก
Soaking wet, she decided to fla g down the next car. A young
แม้จะเปียกโชก เธอตัดสินใจโบกรถคันที่วิ่งผ่านมา
white man stopped to help her, generally unheard of in those
ชายหนุ่มผิวขาวผู้หนึ่งหยุดรถเพื่อช่วยเหลือเธอซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ในยุคที่มีความขัดแย้ง
conflict-filled 1960s. The man took her to safety, helped her get assistance and put her into a taxicab.
เรื่องการเหยียดผิวอย่างทศวรรษที่ 60 ชายหนุ่มช่วยเหลือให้เธอได้รับความปลอดภัยและส่งเธอขึ้นรถแท๊กซี่

She seemed to be in a big hurry, but wrote down his address and thanked
แม้ว่าเธอจะเร่งรีบมาก แต่ก็ขอบคุณเขา และจดที่อยู่ของเขาไปด้วย
him. Seven days went by and a knock came on the man's door. To his
เจ็ดวันหลังจากนั้นก็มีชายคนหนึ่งมาเคาะประตูบ้านของเขา
surprise, a giant console
ด้วยความประหลาดใจโทรทัศน์สีจอยักษ์เครื่องหนึ่งถูกนำมาส่งยังบ้านของเขา
colour TV was delivered to his home. A special note was attached. It read:
และมีข้อความแนบมาด้วย ใจความว่า:
"Thank you so much for assisting me on the highway the other night.
"ขอบพระคุณมากสำหรับความช่วยเหลือบนทางหลวงในคืนนั้น
The rain drenched not only my clothes, but also my spirits. Then you came
ฝนไม่ได้ชะแต่เพียงเสื้อผ้าของฉันเท่านั้นแต่ชะเอากำลังใจของฉันไปด้วย
along. Because of you, I was able to make it to my dying husband's bedside
แต่เมื่อคุณผ่านมา เป็นเพราะคุณฉันจึงสามารถไปทันดูใจสามีที่กำลังจะเสียชีวิต
just before he passed away. God bless you for helping me and unselfishly
ทันเวลาก่อนที่เขาจะสิ้นลมพอดี ขอพระเจ้าอวยพรคุณสำหรับการช่วยฉัน
serving others,"
และการช่วยเหลือผู้อื่น อย่างไม่เห็นแก่ตัวของคุณ"

Sincerely, Mrs. Nat King Cole.
ด้วยความจริงใจ นาง แนท คิง โคล



2006/Jan/02

 

 

HERBIE

วันนี้ดูหนังเรื่อง เฮอร์บี้ ทางเคเบิ้ล

สนุกดีอ่ะ รถน่ารักมาก

ถ้ารถมันมีชีวิตจริงๆแบบนี้ก้อดีดิเนอะ

^^

 

 

ตอนจบน่ารักดีด้วย

ฮ่าๆๆ รถมีความรัก

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

วันนี้เริ่มเปลี่ยนความคิดเรื่องที่เรียนตอนมหาลัยอีกแล้ว

. . . แต่ของเก่าที่คิดไว้ก้อยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ

แค่มีตัวเลือกใหม่เพิ่มขึ้นมาคือ

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีพอลิเมอร์ [ INTER ]

เรียนที่ลาดกระบัง .. มันอยู่ไม่ไกลจากบ้าน จากที่นี่ นั่งรถไฟไป 8 บาท

ไปกลับ ยังได้เลย

มีอีกสาขา คือ ปิโตรเคมีภาคอินเตอร์เหมือนกัน

ลองคุยกับพ่อพ่อก้อบอกดี ... แต่ค่าเรียนมันแพงจิง

ภาค inter เนี่ย แพงโคดดดดดดด

 

 

เอาไว้ก่อนละกัน เด๋วมันก้อเปลี่ยนอีกแหละ

 

 

 

ที่เก็บรูปจะเต็มแล้ว >.< !!

เหลืออีก 500 กว่าๆ

 

แง่มมมม

 

- - - - - - - -

ตอนนี้เพื่อนๆก้อกำลังเดินทางกลับมาจากเที่ยวแล้วอะดิ

ดุทีวี รถเริ่มจะติดแล้ว

กลับมาก้อทำการบ้านกันต่อ กรั่กๆ

เที่ยวปีใหม่ ขึ้นสวรรค์ กลับบ้านมาปั่นงานเหมือน นรก

หุ หุ หุ

 

หนังสือที่ยืมอาจารย์มา Quiz ยังอ่านไม่จบ

ยังจำไม่ได้ซะด้วย - -"

แล้ววันศุกร์จะไปแข่งเยี่ยงไร

แพ้แน่น ๆ ๆ

 

 

 

วันพุธ ต้องไปโรงเรียนดินะ

ไปรับชะตากรรม ไปยอมรับความจริง !!!!!

โผล่มาวิชาแรก ก้อเลขเลย ฮ่า ๆ ๆ

เลขหลักไม่ตกหรอก เลขเสริมเนี่ยดิ จะได้สักเท่าไหร่

เผลอๆ ตกอีก - -"

คราวที่แล้วอะ คนที่ได้ต่ำกว่า 15 จาก 20 อาจารย์ยังเรียกไปพบเลยอะ

แต่สงสัยคราวนี้ ต้องเปลี่ยนคำพูดซะใหม่เป็น

" ใครได้เกิน 15 ออกไปข้างนอกหน่อย ครูจะคุยกับคนที่เหลือ "

แน่ๆ เลย 5 5 +

 

แล้วก้อมีสุขศึกษา อันนี้รู้แล้ว

แล้วก้อ นาฏศิลป์ อาจจะสอบอีก

ส่วน 2 วิชาสุดท้าย . . ." เคมี "

ไม่ตก ๆหรอก

แต่อาจจยังไม่รู้คะแนน เพราะว่า อาจารย์ต้องรอให้คนส่งสมุดให้หมดก่อน

แล้วพอครบ เค้าจะทำเป็นใบเลย ติดไว้หน้าห้อง

ว่าคะแนนเก็บทั้งหมดที่ผ่านมา จนมาถึง mid เทอม ใครได้เท่าไหร่

หายกันไปคนละกี่คะแนนแล้ว

 

- - - - -  - - - - -

แบบนี้สิของจริง !!

เรามีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับการเรียนเคมีนะ

ส่วนนี้อาจจะยาว ไม่ต้องอ่านก้อได้

 

เมื่อตอน ม.4 ตอน summer เพื่อนๆเราไปเรียนพิเศษ อ.อุ๊ กัน

แต่เราไม่ได้เรียน

พอเปิดเทอมมา อ. คนที่สอนเรา ให้เขียนตารางธาตุ

พวกที่เรียนมาก่อน มันก้อเขียนได้ ส่วนเราน่ะเหรอ ??!?

เขียนได้ 9 ตัว 5 5 +

พวก Ca,Cl,Na พิ้นฐานๆ

 

เรียนในห้องก้อไม่ค่อยสอน เอาแต่เหน็บแนบ อ. คนอื่นไปวันๆ

ตอนเย็นแกจะสอนพิเศษ ตอนเทอม 1 เราเรียน

เราสอบ mid term ได้ตั้ง 19 เทอมแรกได้เคมี 4.00

พอเทอม 2 เรารู้และเรียนไปก้อไม่ได้ไร

ค่าเรียนก้อแพง ตั้ง 800 ต่อเทอม แถมไม่ได้เรียนนที่โรงเรียนนะ

ไปเรียนที่โรงเรียนประถมข้างๆ เจีแกบอกว่า ค่าที่มันแพง

เลยต้องเก็บค่าเรียนเยอะ

แต่อาจารย์โรงเรียนข้างๆเราน่ะ เค้าก้อสอน เค้าบอกว่า โรงเรียนนี้ไม่ได้เก็บค่าที่

โห ... แสดงว่าแกข Fake ! โกหกทั้งเพ เลย

เวลาสอนแกชอบ คุยกับ เด็กหล่อๆ คะแนนผู้ชายจะสุงกว่าผู้หญิงมาก

พอสอบ mid เทอม 2 เราได้แค่ 11 และเพื่อนเราคนนึง [ ผุ้ชาย ]

ก้อได้ 11 เท่าเรา

พอ final เราได้ 10 ครึ่ง  เพื่อนเราคนนั้นได้ 10 เท่าเรา

แต่พอเกรดออก

เราได้ 3.00 มันได้ 4.00

วิชาเคมีนะ

.... เกรดได้มาอย่าง งงมาก ....

แค่เพราะเราไม่ได้เรียนพิเศษ และไม่ได้เกิดเป็นผู้ชาย

ทำให้เราได้ 3 เหรอ ??

หึ หึ

 

* * * * *

พอขึ้น ม.5 เจอกับเคมีของจริง

อ. ทีสอนเราตอนนี้ ไม่ว่าเด็กจะเป็นลูกใคร ญ/ช แกไม่สน

แกให้คะแนนตามจริง

แล้วเทอม 1 เราก้อได้คะแนนวิชานี้มา 87 ได้ 4.00 วิชานี้

ทั้งๆที่ไอ้คนที่มันได้ 4 กับ อ. ตอน ม.4 น่ะ

ได้กันแค่ 3 , 3.5 ... นี่มันหมายความว่าไร ?

 

ของจริงมันก้อคือของจริงวันยังค่ำ

ได้เกรด 4 เพราะ 800 ??!!! ???

น่าเกลียดมากๆ

ตอนนี้เราอยากเอาเกรดไปให้แกดูจริงๆ

ว่าตอนนี้เราได้เท่าไหร่ แล้วตอนเรียนกับแกเราเป็นไง

ไม่ใช่ว่าเรียนกับแกเราไม่ตั้งใจ เราทำข้อสอบได้ แต่เราได้ 3

หุ หุ หุ

ทำ GPAX เราเสียหมด แทนที่มันจะสุงกว่านี้

เราไม่เคยหวัดดีแกเลย หลังจากนั้น

อ. แบบนี้ ใช้ได้ที่ไหน

 

 

 

 

 

ได้แต่อยู่ห่างๆ ทั้งที่ยังห่วงๆ

และไม่มีสิทธิ์หวง เพราะไม่ใช่เจ้าของเธอ

ได้แต่อยุ่ห่างๆ ทั้งที่ใจยังรักเธอ

แต่ฝัน ได้แต่เพ้อ อยุ่กับเธอ เผื่อจะมีซักวัน

ที่เธอรักฉันบ้าง

 

 

A l w a y s . . . M i s s   . . . G a s B i i